ทบทวนข่าวผลิตภัณฑ์ลองกานอยด์

 ปรุฬห์ รุจนธำรงค์

 

          ผลิตภัณฑ์ลองกานอยด์ (Longanoid) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากผลงานวิจัย มีการกล่าวว่าได้มาจากสารสกัดเมล็ดลำไย ผลิตโดยบริษัท พรีม่า เฮิร์บ (ประเทศไทย) จำกัด มีข่าวที่เกี่ยวข้องผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ดังรายการต่อไปนี้ (อาจลงไม่ครบเนื่องจากบางข่าวมีเนื้อหาซ้ำหรือคล้ายคลึงกันจึงได้ตัดออกไป)

 

9 ตุลาคม 2553

          ศ.ดร.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ อาจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบุตรชาย เภสัชกรอัครวิทย์ วินิจเขตคำนวณ นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ก่อตั้งบริษัท พรีม่า เฮิร์บ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นมาเพื่อผลิตเครื่องสำอางที่มีสารสกัดจากเม็ดลำไยเป็นส่วนผสมออกสู่ตลาด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากผลงานวิจัยเกี่ยวกับสารต้านมะเร็ง โดยเน้นไปที่ผลไม้และสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่นเป็นหลักเพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าทางการตลาด รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ บริษัทได้เข้าไปทำข้อตกลงกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะเขือแจ้ จ.ลำพูน เพื่อรับซื้อเม็ดลำไยซึ่งแต่ละปีใช้มากถึง 1-2 ตัน รวมทั้งช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีให้วิสาหกิจชุมชนผลิตสินค้าเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ของตัวเอง
          ขั้นตอนสารจากเม็ดลำไย นำเม็ดลำไยอบแห้งที่ได้มาสกัดเอาสารที่เป็นพิษ ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวออกไปก่อนด้วยเทคโนโลยีทั่วไปแต่เปลี่ยนอัตราส่วนตามสูตร จากนั้นสกัดสารที่ เรียกว่า longen phytocomplex ในกลุ่มของสารสกัดที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งเอ็มไซม์ กระตุ้นคอลาเจล จนได้สารสกัดบริสุทธิ์ ก่อนนำไปปั่นเข้ากับครีมเบส ทั้งวิตามิน เอ และซี โดยส่วนผสมที่ใช้เน้นสารที่ได้จากธรรมชาติ 100% ตามเภสัชตำรับ หรือหากจำเป็นต้องใช้เคมีเป็นส่วนผสมก็ไม่เกิน 5%

 

 

 

3 พฤศจิกายน 2553

          พบข่าวในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ให้ข้อมูลว่า สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หรือ สวก. ได้ลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิผลงานวิจัยใน “โครงการพัฒนากระบวนการผลิตครีมต้านอาการข้อเข่าอักเสบจากลำไย”กับ บริษัท พรีม่าเฮิร์บ(ประเทศไทย) จำกัด เพื่อพัฒนาและต่อยอดผลงานให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างมากขึ้น

          ในข่าวนี้ให้ข้อมูลต่อไปอีกว่า “เมล็ดลำไยมีสารสำคัญได้แก่ กัลลิคแอซิด (Gallic acid) อัลลาจิค แอซิด (Ellagic acid) และสารฟลาโวนอยด์อีกหลายชนิดซึ่งผลจากการวิจัยพบว่า สารสกัดจากเมล็ดลำไยอบแห้งมีคุณสมบัติทางการแพทย์ ได้แก่สารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันขบวนการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และยับยั้งการสลายกระดูกอ่อน ปัจจุบันสามารถแยกสารสกัดจากเมล็ดลำไยที่มีฤทธิ์ต้านการสลายเซลล์กระดูกอ่อน โดยสารสกัดจากเมล็ดลำไยสามารถยับยั้งการสลายสารองค์ประกอบพื้นฐานของกระดูกอ่อน ได้แก่ สารไกลโคสอะมิโนไกลแคนและกรดไฮยารูโลนิคของเซลล์กระดูกอ่อน และสารสกัดยังยับยั้งเอนไซม์แมทริกซ์เมทัลโลโปรทีเนสที่สลายกระดูกอ่อน เนื้อกระดูกอ่อนจึงไม่ถูกทำลายเป็นการยืดอายุกระดูกอ่อนไม่ให้เกิดการสึกหรอก่อนเวลาอันควร สารสกัดจากเมล็ดลำไยนับว่ามีฤทธิ์ในการปกป้องและยืดอายุกระดูกอ่อนได้เป็นอย่างดี” “จากการทดลองนำไปใช้ ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองและผลข้างเคียง สามารถนำไปใช้ได้หลายรูปแบบ เช่น ครีมนวดป้องกันข้อเข่าเสื่อม บรรเทาอาการปวดเมื่อยจากกล้ามเนื้อตึง หรือนวดบำบัดในสปา”

 

18 พฤศจิกายน 2553

          พบข่าวในหนังสือพิมพ์มติชน (กรอบบ่าย) วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 เป็นเรื่องเกี่ยวกับบริษัทในสิงคโปร์สั่งซื้อครีมจาก บริษัท พรีม่า เฮิร์บ (ประเทศไทย) จำกัด

 

 

28 พฤศจิกายน 2553

          พบข่าวในหนังสือพิมพ์บ้านเมือง ระบุว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.ลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิผลงานวิจัยระหว่างสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กับ บริษัท พรีม่าเฮิร์บ (ประเทศไทย) จำกัด เรื่องการพัฒนากระบวนการผลิต สารสกัดจากเมล็ดลำไยอบแห้งที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการสลายกระดูกอ่อน และบริษัท ไทยไฮบริด จำกัด เรื่องการพัฒนาเส้นใยธรรมชาติผสมพลาสติก พร้อมเปิดตัวทั้งสองผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการวิจัยอันเป็นผลงานจากความสามารถของคนไทยให้ปรากฏแก่สังคมเป็นครั้งแรก

 

22 มีนาคม 2554

          พบข้อมูลในหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก โดยศ.ดร.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า “การวิจัยเชิงคลินิกพบว่า สารโพลีฟีนอลทั้งสามตัวในสารสกัดเมล็ดลำไยสามารถป้องกันการเสื่อมสลายและยืดอายุกระดูกอ่อนได้ยาวนานขึ้น โดยการยับยั้งเอนไซม์โปรเอมเอมพีชนิด-2 และชนิด-9 (proMMP-2 และpro-MMP-9) ไม่ให้ทำลายโครงสร้างไกลโคสะมิโนไกลแคนอันเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูกอ่อน และยับยั้งการย่อยสลายเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอีลาสตินซึ่งเป็นโครงสร้างพยุงไขข้อกระดูก เอนไซม์ 2 ชนิดนี้เป็นเอนไซม์หลักในการย่อยสลายมวลกระดูกและกล้ามเนื้อคอลลาเจนในภาวะทำงานหนัก ที่จะเพิ่มมากขึ้นในภาวะอักเสบและในผู้สูงอายุโดยเฉพาะเพศหญิงที่หมดประจำเดือน จากการทดสอบเชิงคลินิกกับผู้ป่วยไขข้ออักเสบ-รูมาตอยด์ได้ผลสำเร็จอย่างดียิ่ง พบว่าโครงสร้างกระดูกอ่อนและกล้ามเนื้อของผู้ป่วยแข็งแรงขึ้น สามารถพยุงไขข้อกระดูกอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่มหัศจรรย์คือครีมนวดสารสกัดเมล็ดลำไยมีประสิทธิภาพดีเทียบเท่ายาไดอะเซียรีน ซึ่งเป็นยารักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในปัจจุบัน”

 

29 สิงหาคม 2554

          พบข่าวในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก คอลัมน์ เกษตรยุคใหม่ มีข้อมูลระบุว่าสารสกัดจากเมล็ดลำไย ได้มีการจดสิทธิบัตร และก็ได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังเอกชนเพื่อผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้ ชื่อว่า ลองกานอยด์ การหาซื้อผลิตภัณฑ์นี้ไม่ควรติดต่อไปที่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เนื่องจากไม่ใช่หน่วยธุรกิจ แต่เป็นแหล่งให้ทุนสนับสนุนการวิจัย ควรติดต่ไปที่นักวิจัยหรือบริษัทเอกชนที่ได้นำผลงานชิ้นนี้ไปผลิตจำหน่าย

25 มิถุนายน 2555

          พบภาพการโฆษณาจากบริษัท ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน 2555 หน้า 9 และปรากฏภาพโฆษณานี้อีกครั้งในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม 2555 หน้า 9  

 

 

 

5 กรกฎาคม 2555

            พบข่าวในหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ ระบุว่าบริษัทพรีม่าเฮิร์บเปิดตัวครีมนวดลองกานอยด์อ้างว่าสามารถต้านเข่าเสื่อม คาดว่าจะมียอดขายจากผลิตภัณฑ์ภายในสิ้นปีนี้ 180 – 200 ล้านบาท และพบข่าวลักษณะเดียวกันในหนังสือพิมพ์ข่าวสด 17 กรกฎาคม 2555

 

โลกวันนี้ ฉบับวันที่ 5 กรกฎาคม 2555 หน้า 10

 

 

หนังสือพิมพ์ข่าวสด 17 กรกฎาคม 2555

 

10 กรกฎาคม 2555

          พบโฆษณาครีมลำไยต้านเข่าเสื่อมลองกานอยด์ ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 10 กรกฎาคม 2555 ระบุสรรพคุณช่วยป้องกันและบรรเทาภาวะเสื่อมสลายของกล้ามเนื้อคอลลาเจนอิลาสติน และเซลล์กระดูกอ่อน อันเป็นสาเหตุสำคัญของรูมาตอยด์และกล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งการระบุสรรพคุณในลักษณะนี้ควรจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ยาเท่านั้น แต่เลขที่ปรากฏในสื่อหนังสือพิมพ์นี้กลับเป็นเลข 10 ตัว ซึ่งระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเท่านั้น

 

 

           จากเลขที่ให้มานำไปสืบค้นจากฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ข้อมูลดังภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ยา

 

 

 

 

17 กรกฎาคม 2555

          พบข่าวในหนังสือพิมพ์บ้านเมืองระบุว่า “บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องสำอางและความงามเป็นนวัตกรรมจากเมล็ดลำไยหลายชนิด และล่าสุดบริษัทพร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ “ลองกานอยด์” (Longanoid) ซึ่งเป็นครีมนวดผสมสารสกัดเมล็ดลำไย ที่คิดค้นโดย ศ.ดร.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และที่ปรึกษาฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท พรีม่า เฮิร์บ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้ได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2554 บริษัทพร้อมวางจำหน่ายครีมนวดลองกานอยด์ 2 สูตร คือ สูตรเฮอร์บัลวอร์ม และสูตรคูลแอนด์อะโรมา ที่ให้ความเย็นพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นของน้ำมันหอมระเหย”

 

 

 

24 กรกฎาคม 2555

          พบข้อความในหนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการรายวัน ระบุว่า “เปิดตัวครีมนวดผสมสารสกัดเมล็ดลำไยต้านเข่าเสื่อม(ลองกานอยด์) โดยเน้นวัตถุดิบจากสมุนไพรไทยธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรมเทคโนโลยีสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ และความปลอดภัยเป็นสำคัญเหมาะสำหรับคนวัยทำงานไปจนถึงผู้สูงอายุ ภายใต้แบรนด์ “ลองกานอยด์” (Longanoid) ซึ่งเป็นครีมนวดผสมสารสกัดเมล็ดลำไยที่คิดค้นโดย ศ.ดร. อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  และที่ปรึกษาฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท พรีม่าเฮิร์บ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปี 2554”

 

ข่าวที่เป็นภาพทางสื่อโทรทัศน์

            สามารถค้นหาในเว็บไซต์ https://www.youtube.com โดยใช้คำค้น เช่น ลองกานอยด์ ครีมลำไย พรีม่าเฮิร์บ

 

ข่าวการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ

ตำรวจเข้าตรวจสอบโรงงานเครื่องสำอาง โฆษณาเกินจริงที่ จ.เชียงใหม่ (ประเด็นเด็ด 7 สี วันที่ 6 สิงหาคม 2555) http://www.bugaboo.tv/watch/26085/ตำรวจเข้าตรวจสอบโรงงานเครื่องสำอาง_โฆษณาเกินจริงที.html

ปัจจุบัน (5 กรกฎาคม 2556) คลิปข่าวนี้ถูกลบจากเว็บไซต์ช่อง 7 โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่สามารถติดตามข่าวนี้ได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=Qh0U3GWOC-Y

longanoid_CH7News

ข่าวแจกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (29 สิงหาคม 2555) http://www.fda.moph.go.th/www_fda/data_center/ifm_mod/nw/เตือนอย่าหลงเชื่อลองกานอยด์__ส่ง_29_ส.ค._.pdf

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้มีการประชาสัมพันธ์ในหนังสือพิมพ์ อย่าหลงเชื่อ! โฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค

(ข่าวสด กรอบบ่าย 13 กันยายน 2555 หน้า 7, เดลินิวส์ 17 กันยายน 2555 หน้า 14)

ความคืบหน้าการแก้ไขผลิตภัณฑ์

ล่าสุด พบว่าผลิตภัณฑ์ลองกานอยด์ ซึ่งได้รับการจดแจ้งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ที่มีรอบการผลิต 22-23 สิงหาคม 2555 ได้แก้ไขฉลากผลิตภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว โดยนำสติกเกอร์ใหม่แปะทับข้อความที่มีปัญหา เหลือแต่ส่วนที่เขียนว่า “Fast Relief” ซึ่งอาจตีความได้ว่าเป็นการระบุสรรพคุณทางยาอยู่

ข้อมูลส่วนนี้เพิ่มเติม

17 ตุลาคม 2555

พบข่าวในหนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ โดยศ.ดร.อุษณีย์  วินิจเขตคำนวณ กล่าวว่า “จะไม่ขายสิทธิบัตรนี้ให้กับต่างชาติ เพราะเราต้องการสงวนสิ่งดีๆ นี้ไว้ให้เป็นสมบัติของชาติและของคนไทยต่อไป”

longanoid14

18 ตุลาคม 2555

พบข่าวประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ลองกานอยด์ในหนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์

longanoid15

19 ตุลาคม 2555

พบข่าวในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดย ศ.ดร.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ อดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนโดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่าผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติส่วนมากจะมีส่วนผสมของสมุนไพรผลไม้ไทย ที่มีสรรพคุณช่วยในการดูแล บำรุง ปกป้อง ไม่แพ้ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และยังมีราคาที่ถูกกว่า ได้รับมาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของการผลิตได้ และที่สำคัญปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง ใช้แล้วเห็นผลได้จริง สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ และเป็นผลิตภัณฑ์ของคนไทยอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังกล่าวต่อไปว่า ภาคเอกชน โดยบริษัท พรีม่า เฮิร์บ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับถ่ายทอดสิทธิผลงานวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ซึ่งทำการวิจัยร่วมกับทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทาง บริษัทฯ ได้นำสารสกัดเมล็ดลำไยมาพัฒนาต่อยอดในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ชนิดทาถูนวดและได้ รับอนุญาตจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ในรูปแบบของเครื่องสำอาง มีเลขที่แจ้งจดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งนำไปทดสอบกับกลุ่มอาสาสมัครเป็นระยะเวลา 3-4 เดือน พบว่า ได้ผลเป็นที่น่าพอใจยิ่งเพราะมีประสิทธิภาพสูง และครีมดัง กล่าวไม่มีสารอันตรายสเตียรอยด์ มีความปลอดภัย เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจึงสามารถใช้ได้ในผู้ป่วยสูงอายุ กลุ่มผู้เป็นโรคความดันโลหิต หัวใจ กระเพาะอาหาร สำหรับที่มาของชื่อครีมนวดซึ่งใช้ว่า “ลองกานอยด์” นั้นมาจากคำว่า Longan (ลองแกน) ที่แปลว่า ลำไย และสารฟลาโวนอยด์ซึ่งพบมากในเมล็ดลำไย

อีกทั้งมีข้อความที่ระบุว่า “เราขอสัญญาว่าจะไม่ขายสิทธิบัตรนี้ให้กับต่างชาติ เพราะเราต้องการสงวนสิ่งดี ๆ นี้ไว้ให้เป็นสมบัติของชาติและของคนไทยต่อไป”

longanoid16

24 ตุลาคม 2555

พบข่าวในบางกอกทูเดย์ ซึ่งแสดงว่าสมบัติ เมทะนี ร่วมประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ลองกานอยด์ นอกจากนี้พบข้อความว่า ภก.อัครวิชญ วินิจเขตคำนวณกรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีม่าเฮิร์บ จำกัด และ ดร.อุษณี วินิจเขตคำนวณ ผู้เป็นมารดาและผู้คิดค้นสารสกัดเมล็ดลำไย จนกลายผลิตภัณฑ์ “ลองกานอยด์” ที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เอ็นอักเสบ นวดฝ่าเท้า ฯลฯ ได้จัดกิจกรรมนำผลิตภัณฑ์ลองกานอยด์มามอบให้พระสงฆ์ที่ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อเสนเอ็น และกระดูก ได้ใช้กัน รวมทั้งเครื่องสังฆภัณฑ์ต่างๆและปัจจัย

longanoid17

การวิเคราะห์และข้อสังเกต

- ข้อมูลที่แสดงในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์หรือไม่กล่าวถึงเรื่องการไม่สนับสนุนเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์จากพืชหรือสมุนไพรในประเทศ แต่ต้องการแสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการหรือผู้โฆษณาควรจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องอย่างไร

- พบข้อมูลการได้รับรางวัล Chulalongkorn Business School Innovator 2011 พบว่าเป็นความจริง ในประเด็นการนำประโยชน์จากเมล็ดลำไยมาทำเป็นเครื่องสำอาง (http://www.acc.chula.ac.th/index.php?option=com_k2&view=item&id=981:นวัตกรที่ได้รับรางวัล-chulalonglorn-business-school-innovator-2011_1&Itemid=33 )

- จากข้อมูลที่มีอยู่พบว่าผลิตภัณฑ์ครีมนวดลองกานอยด์ได้จดแจ้งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2535 โดยมีเลขที่ใบรับแจ้ง คือ 10-1-5400090 และ 10-1-5506930 ดังข้อมูลที่ปรากฏในโฆษณาจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจวันที่ 10 กรกฎาคม 2555 หน้า 22 ไม่ได้จดทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ยา ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510

- เมื่อจดแจ้งเป็นเครื่องสำอาง ไม่ต้องขออนุญาตก่อนการโฆษณา แต่ไม่มีสิทธิโฆษณาผลิตภัณฑ์ว่าสามารถป้องกัน บำบัด บรรเทา หรือรักษาโรคได้ (โฆษณาในลักษณะผลิตภัณฑ์ที่เป็นยา) เนื่องจากไม่เข้าข่ายนิยามเครื่องสำอาง ตามพ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2535 การโฆษณาว่าสามารถป้องกันและบรรเทาภาวะเสื่อมสลายของกล้ามเนื้อคอลลาเจน อิลาสติน และเซลล์กระดูกอ่อน เป็นการโฆษณาในลักษณะที่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นยา จึงไม่สามารถกระทำได้ เป็นการข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้า ตามพ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2535 มาตรา 37 ประกอบพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 22(2)

- วิธีการให้ข่าวจะใช้เทคนิคว่า สารสกัดให้ผลต่อร่างกายอย่างไร ไม่ได้ระบุชื่อผลิตภัณฑ์และสรรพคุณของผลิตภัณฑ์โดยตรง แต่มีภาพผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดดังกล่าวไว้ในบริเวณที่ใกล้เคียง

- หากฉลากผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องสำอาง แต่มีข้อความในลักษณะผลิตภัณฑ์ที่เป็นยา เช่น ระบุที่กล่องหรือที่ตัวบรรจุภัณฑ์ว่า สามารถป้องกัน บำบัด บรรเทา หรือรักษาโรคได้ ถือได้ว่ามีข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง เป็นการฝ่าฝืนพ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2535 มาตรา 30(1) คณะกรรมการเครื่องสำอางมีอำนาจสั่งให้ผู้ผลิตเพื่อขาย หรือผู้นำเข้าเพื่อขายเครื่องสำอางที่มีการควบคุมฉลากเลิกใช้ฉลากดังกล่าวหรือดำเนินการแก้ไขฉลากนั้นให้ถูกต้อง ตามมาตรา 31 หากฝ่าฝืนมาตรา 31  ถ้าเป็นผู้ขายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าเป็นการกระทำโดยประมาท ผู้กระทำต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ถ้าเป็นการกระทำของผู้ผลิตเพื่อขายหรือผู้นำเข้าต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 57 แม้ว่าจะใช้ข้อความแสดงสรรพคุณเกินจริงบนเครื่องสำอางแต่ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2535 ไม่ถือว่าเป็นเครื่องสำอางปลอมแต่อย่างใด

- ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำกระทำผิดซ้ำอีกภายใน 6 เดือน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่ง 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535 มาตรา 56

- แม้ว่าภายหลังผลิตภัณฑ์นี้หรือผลิตภัณฑ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะได้ขึ้นทะเบียนเป็นยา ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ก็ตาม หากจะโฆษณาก็ต้องมีการขออนุญาตโฆษณาก่อนที่จะโฆษณา

- ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องสำอางอาจใช้วิธีขายโดยการแถมพกหรือจับสลากรางวัลได้ แต่ผลิตภัณฑ์ยาไม่สามารถกระทำได้

 

เอกสารอ้างอิง

- คม ชัด ลึก. สารสกัดเม็ดลำไย “พรีม่า เฮิร์บ” สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อคนรักความงาม. ฉบับวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2553 หน้า 11

- เดลินิวส์. คอลัมน์ ฉลาดคิด: ครีมลำไยต้านข้อเข่าอักเสบ. ฉบับวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 หน้า 12

- คม ชัด ลึก. ปลื้มเครื่องสำอาง ‘เมล็ดลำไย’. มติชน (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 หน้า 9

- บ้านเมือง. สวก.ประกาศความสำเร็จ2 ผลงานวิจัยของคนไทยก้องโลก. ฉบับวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 หน้า 7

- คม ชัด ลึก. มช.คิดสกัดเมล็ดลำไย แก้ “กระดูก-กล้ามเนื้อ” เสื่อม. ฉบับวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554 หน้า 12

- คม ชัด ลึก. คอลัมน์ เกษตรยุคใหม่: ลองกานอยด์ แก้ข้อเข่าเสื่อม (รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ). ฉบับวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554 หน้า 12

- ไทยรัฐ. โฆษณามหกรรมลองกานอยด์สัญจร. ฉบับวันที่ 25 มิถุนายน 2555 หน้า 9

- โลกวันนี้ . ‘พรีม่าเฮิร์บ’รุกขยายไลน์สินค้าปั๊มยอด200ล้าน.  ฉบับวันที่ 5 กรกฎาคม 2555 หน้า 10

- กรุงเทพธุรกิจ. โฆษณาครีมลำไยต้านเข่าเสื่อมลองกานอยด์. ฉบับวันที่ 10 กรกฎาคม 2555 หน้า 22

- ข่าวสด. พรีม่าเฮิร์บเปิดตัวครีม’ลองกานอยด์’. ฉบับวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 หน้า 22

- บ้านเมือง. พรีม่า เฮิร์บต่อยอดภูมิปัญญาไทย. ฉบับวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 หน้า 7

- ASTVผู้จัดการรายวัน.  คอลัมน์ SMEs UPDATE: ครีมนวดสารสกัดเมล็ดลำไยต้านเข่าเสื่อม. ฉบับวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 หน้า 24

- ไทยรัฐ. โฆษณามหกรรมลองกานอยด์สัญจร. ฉบับวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 หน้า 9 

- สยามธุรกิจ ฉบับวันที่ 17-19 ตุลาคม พ.ศ. 2555 หน้า 15

- บางกอกทูเดย์. เอกชนต่อยอดผลไม้ไทย. ฉบับวันที่ 18-19 ตุลาคม พ.ศ. 2555 หน้า 19

- เดลินิวส์. ‘ลำไย’ผลไม้ไทยมากด้วยคุณค่าสู่’ลองกานอยด์’ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญา. ฉบับวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2555 หน้า 28

- บางกอกทูเดย์. ดาราจิตกุศล. ฉบับวันที่ 24-28 พฤศจิกายน พ.ศ.2555 หน้า 20

 

 

 

About these ads

16 comments on “ทบทวนข่าวผลิตภัณฑ์ลองกานอยด์

  1. มีเพียงเจ้าของผลิตภัณฑ์กล่าวอย่างนั้นครับ ส่วนการยืนยันเรื่องสรรพคุณด้านการรักษา อย.คงจะแถลงให้ทราบอีกครั้ง

  2. ผมถูก ขอให้ไปซื้อบ่อยมากครับ เพราะบ้านอยู่ติดร้านเค้าเลย เพื่อนแม่จากต่างจังหวัด ใช้ดีก็บอกต่อๆ กัน แล้วก็ ฝากมาซื้อ คิดว่าน่าจะได้ผลนะครับ คงไม่ได้ดีขึ้นเพราะ อุปทาน จริงๆคนคิดค้นก็เป็นหมอ ทำไมขอจดเป็นยาไปเลยให้จบ อาจจะเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ หรือ สูตรอะไรมั้งครับ

  3. เห็นว่ารอจดแจ้งกับทาง อ.ย. ให้เป็นยานิคะ แล้วที่บ้านก็ซื้อมาใช้หลายเดือน คุณย่าก็หายปวดเข่า ทุกวันนี้ยังลุกเดินได้เป็นปกติค่ะ มื่อก่อน จะลุกจะนั่งก็บ่นว่าปวดเข่าตลอดเลย ทุกวันนี้ก็ใช้อยู่ไม่มีปัญหานี่คะ สงสัยว่าทำไมถึงไม่จดเป็นยาสักที เห็นจดเป็นเครื่องสำอางค์

  4. ที่บ้านก็ใช้ค่ะ คนแก่ที่บ้านก็หายปวดข้อปวดเข่า ใช้แล้วก็ดีขึ้นนะคะ เคยลองโทรไปถามทางตัวแทนจำหน่าย เห็นเค้าบอกว่า กำลังรอจดเป็นยานี่แหล่ะ แต่ตอนนี้จดเป็นเครื่องสำอางค์ก่อน ก็ไม่รู้ทำไมถึงช้าจัง แต่ใช้แล้วดี ก็ไม่กังวลอะไรค่ะ

  5. ไปอ่านตามลิงค์ ก็ ยัง งง ครับ
    ขึ้นทะเบียนยา เกี่ยวอะไรกับ สมุนไพร … งั้น ยาที่ผมทานคือมาจากสมุนไพรทั้งหมดเหรอ … ???

    คนทำเวปขายก็ โฆษณาเกินไปจริงๆ

    • ตามลิ๊งค์นั้น ทางพรีม่า เค้าชี้แจงว่าตั้งใจไปจดเป็นยา แต่ อย. เป็นฝ่ายบอกเค้าเองว่า ลำไยมันเป็นผลไม้ ไม่ใช่สมุนไพร จดเป็นยาไม่ได้ ซึ่งถ้าจริงก็หมายความว่าเค้าถูกบังคับให้ต้องจดเป็นเครื่องสำอางค์ไงครับ แล้วก็น่าสงสัยว่า อย.ทำไมถึงไม่ดูที่สรรพคุณ ทำไมไปยึดติดกับแค่คำว่ามันต้องเป็นสมุนไพร เรื่องนี้มีเพียง พรีม่าเฮิร์ป กับ อย.เท่านั้นที่รู้ความจริงว่าใครผิดใครถูก แต่้ถ้าเสียงจากผู้ใช้ทั้งหลายสะท้อนออกมาว่าดีจริง มันก็คงต้องดี เพราะคงไม่มีการอุปทานหมู่กันทั้งประเทศมั้ง

  6. เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ไม่มีอันตราย ไม่มีเสตียรอยด์ ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าแพงๆให้กับต่างชาติ นักวิจัยคนไทยทำ บอกตรงๆว่า ฉันชอบค่ะ และจะสนับสนุนครีมตัวนี้ต่อไป

  7. ช่วงก่อนออกข่าวทางโทรทัศน์ ยอมรับว่าผมตกใจมากๆ เพราะผมใช้อยู่แล้ว แต่พอโทรไปสอบถามที่แหล่งผลิตเขาบอกว่าไม่มีอะไรเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด เนื่องจากครีมตัวนี้มี อย. แต่เป็นอย.ของเครื่องสำอาง เขาบอกว่า ขอแจ้งจดเป็นยาแล้ว แต่ทางคุณบอกว่า ลำไยไม่ใช่สมุนไพรไทย ผมฟังแล้วก็อดขำไม่ได้ ผลไม้ไทย ของไทยแท้ๆ คุณบอกว่าไม่ใช่สมุนไพรไทย ผมก็ให้กำลังใจเขาไปแล้ว และยืนยันว่าจะเป็นผู้ใช้ครีมตัวนี้ต่อไป ผมว่านะครับถ้าเขาทำผิดจริง ป่านนี้คงไม่มีขายอย่างทุกวันนี้หรอกครับ

  8. ก่อนอื่นขอชื่นชมคนคิดครีมตัวนี้ก่อนว่า เก่งมากๆ คุณสร้างครีมตัวนี้มาเพื่อให้คนใช้ได้หายจากอาการปวด ผมพูดจากใจจริง มันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่นำเมล็ดลำไยที่เหลือทิ้ง มาสกัดจนได้ครีมดีๆแบบนี้ขึ้นมา ใช้ได้ทุกส่วน ชอบเหมือนความเห็นต่างๆที่ว่ามันเป็นของคนไทยทำ คนไทยคิด และเป็นธรรมชาติ ครีมนี้เป็นสิ่งที่ผมชอบมาก ทำให้ผมจากคนแก่ที่จะนั่ง จะยืน ต้องบ่นว่าปวด กลายเป็นคนแก่ที่เดินไปไหนทำอะไรได้อย่างคล่องแคล่ว ข่าวที่ออกมาจะเป็นอย่างไรผมไม่สนใจ ผมใช้แล้วหายแค่นี้ผมก็พอใจครับ

  9. 555+ เขาไม่รองรอบว่าเป้นยาไม่ใช่ว่ามันไม่ใช่สมุนไพร
    เพราะไม่มีรายงานหรือการศึกษาทางวิชาการทางclinical ที่บอกว่ามันได้ผลจริงตามกล่าวอ้างต่างหาก

    คนโง่นี่มันโง่จริงๆ แถมทู่ซี่อีก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s